10 วิธีดูแลผู้ป่วย แผลกดทับ

หน้าแรก / วิธีรักษาสุขภาพ / 10 วิธีดูแลผู้ป่วย แผลกดทับ

การนอนพักรักษาที่โรงพยาบาลเป็นเวลานาน ไม่ควรนอนท่าหนึ่งท่าใดนานๆ เพราะจะเกิดแผลที่เรียกว่า ” แผลกดทับ “ ได้ นอกจากนี้  แผลกดทับ ยังเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยที่มีการบาดเจ็บสาหัส คนที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ตลอดจนคนที่สูญเสียการรับรู้ความรู้สึก โดยเฉพาะในผู้ที่สูงอายุมากๆ ที่มีปัญหาในเรื่องสมองหรือป่วยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต

80617788

ถึงแม้การเกิด แผลกดทับ จะสร้างความยากลำบากให้แก่ผู้ป่วย แต่แผลกดทับเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ และการป้องกันก็ทำได้ง่ายกว่าการรักษาอย่างมาก เกร็ดสุขภาพมี 10 วิธีการดูแลและป้องกันแผลกดทับมาแนะนำ ดังนี้ค่ะ

1. ผู้ดูแลผู้ป่วยแผลกดทับควรสวมถุงมืออนามัย ที่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคมาแล้วทุกครั้ง เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียมาสู่แผลด้วย

2. ควรเปลี่ยนท่านอนทุกๆ 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะในรายที่ผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ โดยจัดให้ตะแคงซ้าย ตะแคงขวา นอนหงาย นอนคว่ำกึ่งตะแคง สลับกันไปตามความเหมาะสม เพื่อลดแรงกดดันที่ผิวหนัง ไม่ให้ผิวสัมผัสต้องจม และเสียดสีอยู่กับที่ใดที่หนึ่งนานๆ

3. ควรใช้หมอนหรือผ้านุ่มๆรองบริเวณที่กดทับ หรือปุ่มกระดูกยื่น เพื่อป้องกันการเสียดสีและลดแรงกดทับ แต่ไม่ควรใช้ที่รองนั่งรูปแบบห่วงยาง เพราะจะไปลดการไหลเวียนของเลือดบริเวณผิวหนังในส่วนที่ถัดออกมาจากตรงกลางของห่วง เวลาคนนั่งจมลงไปกลางห่วง

4. ดูแลที่นอน ผ้าปูที่นอน และเครื่องนอนต่างๆ ให้สะอาด แห้ง เรียบตึงอยู่เสมอ

5. ควรใช้ที่นอนที่มีการถ่ายเทอากาศ เช่น ที่นอนลม ที่นอนน้ำ ที่นอนฟองน้ำ หรือที่นอนที่บุด้วยเนื้อเจล ซึ่งช่วยลดแรงต้านเมื่อมีแรงกดทับจากการนอนหรือนั่ง ควรหลีกเลี่ยงการใช้ที่นอนที่การระบายอากาศไม่ดี เช่น ที่นอนหุ้มพลาสติก

6. ควรยกหรือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยความระมัดระวัง โดยมีผ้ารองยกและใช้การยกในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เพื่อป้องกันการเสียดสี

7. ดูแลผิวหนังผู้ป่วยให้สะอาด แห้งไม่อับชื้น เพราะถ้าผิวหนังเปียกชื้นหรือร้อนจะทำให้เกิดแผลเปื่อย ผิวหนังถลอกง่าย โดยเฉพาะภายหลังที่ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระหรือปัสสาวะแล้ว ต้องทำความสะอาดแล้วซับให้แห้ง และหากสังเกตพบว่าผู้ป่วยมีผิวหนังแห้งแตกเป็นขุย ควรดูแลทาครีมหรือโลชั่นทาผิวหนัง

8. ดูแลให้ผู้ป่วยออกกำลังกายตามความเหมาะสม เพื่อให้กล้ามเนื้อ หลอดเลือด และผิวหนังแข็งแรง มีการไหลเวียนของโลหิตดี

9. ดูแลให้อาหารผู้ป่วยอย่างเพียงพอ คุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโปรตีนจำเป็นอย่างมากต่อผู้ป่วยที่มีแผลกดทับ เพราะผู้ป่วยจะสูญเสียโปรตีนไปทางแผลจำนวนมาก นอกจากนี้ต้องดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ บ่อยๆ เพื่อช่วยให้แผลเยียวยาตัวเองได้ดียิ่งขึ้น

10. หากเป็นรอยแดงๆ ไม่ยอมหายไปสักที แม้จะทำตามวิธีป้องกันแล้วก็ตาม หรือผู้ที่เป็นแผลเกิดมีไข้ แผลเป็นสีแดงเข้มขึ้น เกิดหนองไหลออกมาจากแผล มีกลิ่นเหม็นผิดปกติ มีอาการบวม หรือเจ็บปวดมากขึ้น อย่างหนึ่งอย่างใดเหล่านี้ ให้รีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพราะอาจเป็นอาการของการติดเชื้อที่แผลได้

แต่ทางที่ดี ควรป้องกันไม่ให้เกิด แผลกดทับ ย่อมดีกว่าที่ต้องมาเยียวยารักษาเป็นแน่แท้ค่ะ

ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 190

ขออนุญาตใช้เนื้อหา