จมูกข้าวสาลี อาหารสารพัดประโยชน์ที่คุณควรรู้

หน้าแรก / วิธีรักษาสุขภาพ / จมูกข้าวสาลี อาหารสารพัดประโยชน์ที่คุณควรรู้

ใครจะเชื่อว่าจมูกข้าวเล็กๆ บนเมล็ดข้าวสาลีจะอัดแน่นด้วยสารอาหารหลากชนิดที่ช่วยปกป้องร่างกายจากสารพัดโรคร้าย
สารอาหารดี อยู่ที่ปลายเมล็ดข้าว

 

จมูกข้าว

จมูกข้าวคือส่วนที่อยู่ตรงปลายเมล็ดข้าว พบในข้าวทุกชนิดที่ไม่ผ่านการขัดสี รวมถึงข้าวสาลีด้วย ดังนั้น ข้าวสาลีขัดขาวที่นิยมนำมาทำแป้งขนมปังจึงมีคุณค่าทางโภชนาการลดลง เนื่องจากถูกขัดสีเอาจมูกข้าวออกไป

มหาวิทยาลัยแห่งรัฐโอคลาโฮมา (Oklahoma State University) ประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า จมูกข้าวสาลี เป็นแหล่งสารอาหารสำคัญ มีโปรตีนสูงกว่าแป้งสาลี 3 เท่า เกลือแร่สูงกว่า 6 เท่า นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยกรดแอมิโนจำเป็น (Essential Amino Acid) ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ เป็นแหล่งของกรดไขมันไม่อิ่มตัวหลายตำแหน่ง (Polyunsaturated Fatty Acid) ทั้งมีกรดโฟลิกและวิตามินอีสูง

จมูกข้าวสาลี 3 ช้อนโต๊ะ มีปริมาณกรดโฟลิกสูงถึง 20 เปอร์เซ็นของความต้องการใน 1 วัน นิตยสาร Food Research International จึงยกให้จมูกข้าวสาลีเป็นอาหารสำคัญสำหรับหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันโรคโลหิตจางในแม่และความพิการทางระบบประสาทในทารก

จมูกข้าวสาลี ลดน้ำตาล ลดโรค

ความลับของธรรมชาติถูกเปิดเผยอีกครั้ง เมื่อมหาวิทยาลัยพอนดิเชอร์รี (Pondicherry University)ประเทศอินเดีย พบว่า จมูกข้าวสาลีช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานได้

ทำการศึกษาโดยให้ผู้ป่วยเบาหวานหญิงและชายกินจมูกข้าวสาลีวันละ 30 กรัม นาน 6 เดือน ผลการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยทุกคนมีระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างชัดเจน โดยระดับน้ำตาลก่อนอาหาร (Fasting Glucose) ลดลงเฉลี่ย 22 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร และระดับน้ำตาลหลังอาหาร (Postprandial Glucose) ลดลงเฉลี่ย 41 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

ไม่เพียงเท่านี้ วารสาร Life Sciences ยังรายงานว่า จมูกข้าวสาลีช่วยป้องกันโรคหัวใจ โรคมะเร็ง ช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจช่วยลดความอ้วนและชะลอวัยอีกด้วย

3 ขั้นตอนคงคุณค่าให้ จมูกข้าวสาลี

หากซื้อและเก็บไม่ถูกวิธี กรดไขมันไม่อิ่มตัวในจมูกข้าวสาลีอาจทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศ ทำให้มีกลิ่นหืนและคุณค่าทางโภชนาการลดลง ฉะนั้น เพื่อให้แน่ใจว่าจะได้่กินจมูกข้างสาลีที่ดี ควรปฏิบัติดังนี้

1. ซื้อจมูกข้าวสาลีในปริมาณน้อย หลังเปิดถุงควรกินให้หมดภายใน 1 เดือน หรือก่อนวันหยดอายุที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์

2. เก็บจมูกข้าวสาลีในภาชนะที่ปิดสนิท เช่น ขวดแก้ว ถุงพลาสติกสำหรับใส่อาหาร เพื่อป้องกันอากาศและความชื้นจากภายนอก

3. หากใช้ไม่หมดภายใน 2-3 วัน ควรเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อป้องกันการเกิดกลิ่นเหม็นหืน

Tip : ยืดอายุจมูกข้าวสาลี

นำจมูกข้าวสาลีวางลงบนแผ่นรองอบ (Baking Sheet) จากนั้นนำเข้าเตาอบ อบที่อุณหภูมิ 250 องศาฟาเรนไฮต์ นาน 10 – 15 นาที หรืออบจนกว่าจมูกข้าวสาลีจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทองและเริ่มมีกลิ่นหอม นำออกจากเตาอบ รอให้เย็นจึงเก็บในภาชนะที่ปิดสนิท
อย่างไรก็ตาม ความร้อนจากการอบอาจทำให้วิตามินและแร่ธาตุในจมูกข้าวสาลีลดลงได้ ดังนั้นจึงควรทำเป็นทางเลือกสุดท้าย
มาโรยจมูกข้าวสาลีบนข้าวซ้อมมือหรือผสมในนมถั่วเหลืองเพื่อสร้างเกราะป้องกันโรคกันค่ะ

 

ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสารชีวจิต เมษายน 2556

ขออนุญาตใช้เนื้อหา