แค่ “กอด” ก็ เปลี่ยนชีวิต ผู้ติดเชื้อ HIV

หน้าแรก / ข่าวประชาสัมพันธ์ / แค่ “กอด” ก็ เปลี่ยนชีวิต ผู้ติดเชื้อ HIV

เพราะการ “กอด” เป็นการถ่ายทอดความรัก ความอบอุ่น และกำลังใจไปสู่คนที่เรารักและห่วงใย อีกทั้งยังมีผลการวิจัยในต่างประเทศพบว่าการสัมผัสด้วยการ “กอด” สามารถเยียวยาและรักษาผู้ป่วยได้ จึงเป็นที่มาของโครงการ “The Giver Project by RE-LIVE” กิจกรรมช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวี (HIV) ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีกำลังใจเข้มแข็ง ในโปรเจกท์ “กอด” ซึ่งได้ 8 จิตอาสาคนดัง นำโดย ศิรนุช โรจนเสถียร, ดร.รัฐศาสตร์ กรรณสูต, ดร.ภูวนาท คุนผลิน, ดีเจพี่อ้อย-นภาพร ไตรวิทย์วารีกุล, เอิร์ธ-ศัลย์ อิทธิสุขนันท์, วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล, ปูไข่-พงศ์สิรี บรรลือวงศ์, ดีเจพัฟ-สุธิดา พลาวงศ์ มาร่วมสานต่อแคมเปญเพื่อสังคมเป็นปีที่ 2 ในงาน Live Healthier Live Longer ที่โรงละครเคแบงค์สยามพิฆเนศ ชั้น 7 สยามสแควร์วัน

hug

 

เปิดโปรเจกท์สร้างสรรค์สังคมทั้งที งานนี้นอกจาก 8 จิตอาสาคนดังยังมีเซเลบริตี้ใจบุญ อาทิ จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, เมลนีย์ ศิรจินดาภิรมย์, ช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา ฯลฯ ตบเท้าร่วมงานโดยมีแม่งานคนสำคัญ เกรซ ล้อบุณยารักษ์ กรรมการ บริษัท แมคโคร ไบโอติกส์ จำกัด ให้การต้อนรับ พร้อมเผยว่า “เดอะ กิฟเวอร์ โปรเจกท์ เป็นแคมเปญเพื่อสังคมที่เราจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกคนตระหนักและเข้าใจในผู้ติดเชื้อเอชไอวี ซึ่งในปีแรกเราได้รณรงค์ให้ผู้ใจบุญร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวีเนื่องในวันเอดส์โลก พร้อมร่วมสมทบทุนมอบเงินบริจาคให้กับวัดพระบาทน้ำพุอีกเป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาท วันนี้เราจึงเดินหน้าสานต่อโครงการด้วยการเชิญ 8 คนดัง มาถ่ายทอดอารมณ์ผ่านวิดีโอคลิป “กอด” เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี และยังเป็นที่มาให้เราคิดต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพลูคาวสกัด ที่ทำหน้าที่เสริมความแข็งแรงของภูมิคุ้มกัน เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของทุกคน โดยเฉพาะผู้ติดเชื้อเอชไอวีด้วยค่ะ”

กอด จาก ดีเจอ้อย นภาพร
เซเลบริตี้

ดร.เสรี

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร.เสรี วงษ์มณฑา มาให้แง่คิดเกี่ยวกับ HIV ในสังคมปัจจุบันว่า “เราต้อง เรียนให้รู้ คือต้องศึกษาและทำความรู้จักตัวโรคและความแตกต่างระหว่างโรคเอดส์และการติดเชื้อเอชไอวี รู้ว่าโรคนี้มีวิธีการติดต่ออย่างไร อยู่ให้เป็น คืออยู่อย่างไรไม่ให้ติดเชื้อ เมื่อติดแล้วต้องอยู่อย่างไร และการอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เว้นนิสัย คือเลิกนิสัยสำส่อนทางเพศ และสุดท้าย ใจเมตตา คือการช่วยเหลือผู้ติดเชื้อเอชไอวีให้มีกำลัง เช่น การกอดตามแบบโครงการเดอะ กิฟเวอร์ โปรเจกท์ ที่ถือเป็นโครงการช่วยเหลือสังคมที่ดีมาก หรืออาจจะเป็นการให้กำลังใจรูปแบบใด ก็ตาม”

หมอเจี๊ยบ ลลนา

ด้านแพทย์ฉุกเฉินโรงพยาบาลรามาธิบดี หมอเจี๊ยบ-แพทย์หญิงลลนา ก้องธรนินทร์ เผยว่า “กว่า 30 ปีที่คนไทยรู้จักโรคเอดส์ ซึ่งเรามักถูกปลูกฝังว่าถ้าเป็นแล้วก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรอวันตาย ทำให้ผู้ติดเชื้อหดหู่และไม่ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในปัจจุบันพบสถิติมีผู้ติดเชื้อในไทยสูงถึง 1,526,028 คน ซึ่งเฉพาะในปี 2558 มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากกว่า 6,759 คน และมียอดผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์ 16,054 คน หรือคิดเป็นจำนวนผู้เสียชีวิต 40 คน ภายใน 1 วัน เราจึงควรมีความรู้ความเข้าใจก่อนว่าโรคเอดส์สามารถติดต่อกันผ่านทางเพศสัมพันธ์, เลือด และเข็มฉีดยา เท่านั้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสที่ชื่อว่า HIV ไปทำลายภูมิคุ้มกัน และไม่ได้รับการรักษาและดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้ซีดีโฟร์หรือปริมาณเม็ดเลือดขาวต่ำกว่า 200 ส่งผลให้เกิดโรคแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ วัณโรค ฯลฯ ซึ่งแตกต่างจากผู้ที่ติดเชื้อ HIV คือมีเชื้ออยู่ในร่างกาย แต่ไม่มีอาการของโรคใดๆ ถ้าได้รับการดูแลสุขภาพและร่างกายให้ดี พบแพทย์ตามนัด กินยาตรงเวลา ก็จะมีอายุยืนยาวเช่นคนปกติ ดังนั้นหากมีคนที่คุณรู้จักติดเชื้อ HIV เราจึงสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้และอย่าลืมกอดให้กำลังใจ เพราะในการกอดแต่ละครั้งจะช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมนออกซิทอกซินที่ช่วยให้ผู้ถูกกอดอบอุ่นและเป็นสุข ลดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ซิซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ก่อให้เกิดความเครียด”