โครงการ รักษามะเร็งฟรี ด้วยวิธีวัคซีนสเต็มเซลล์ต้านมะเร็ง (Vaccine Stem Cell Anti Cancer)

หน้าแรก / ข่าวสุขภาพ / โครงการ รักษามะเร็งฟรี ด้วยวิธีวัคซีนสเต็มเซลล์ต้านมะเร็ง (Vaccine Stem Cell Anti Cancer)

โครงการ รักษามะเร็งฟรี ด้วยวิธีวัคซีนสเต็มเซลล์ต้านมะเร็ง (Vaccine Stem Cell Anti Cancer) 

วิธีใหม่ในการป้องกันการแพร่กระจายและการเกิดซ้ำของมะเร็ง

01

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ยุคใหม่พบว่า การเกิดขึ้นและดำเนินไปอย่างต่อเนื่องของชีวิตเป็นผลเนื่องมาจากประชากรของเซลล์ต้นกำเนิด (Stem Cell) ในร่างกายสิ่งมีชีวิตนั้น คือแหล่งที่มาของเนื้อเยื่อต่างๆ ที่ไม่หยุดนิ่ง ก้อนเนื้อมะเร็งก็มีเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งอยู่เช่นเดียวกัน แม้ว่าสัดส่วนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งที่อยู่ในเนื้องอกมีเพียง0.5%-2% แต่เนื่องจากเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งประเภทนี้มีการผลิตเซลล์มะเร็งเข้าสู่ระยะการขยายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา ทำให้มะเร็งเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งเหล่านี้ต่างสามารถต้านทานเคมีบำบัดและรังสีบำบัดได้อย่างชัดเจน ดังนั้น การดำรงอยู่ของเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง คือสาเหตุสำคัญของการเติบโต การแพร่กระจายและการกลับมาเป็นซ้ำภายหลังการรักษาของมะเร็ง ประวัติศาสตร์การวิจัยที่เกี่ยวข้องกับเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งซึ่งมีมานานกว่า 20 ปี นับตั้งแต่วงการวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าโรคมะเร็งนั้นเกิดจากเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งจนถึงปัจจุบัน ด้วยการศึกษาวิจัยที่ก้าวหน้าลึกซึ้งอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานวิจัยหลายแห่งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปได้ค้นพบและใช้ชุดสัญลักษณ์ ALDH, ESA และ CD ในการแบ่งประเภท คัดแยกและขยายเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง จากนั้นได้เสนอแนวคิดเรื่องวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (CSCV) โดยผลงานวิจัยนี้จัดเป็นอันดับที่ 54 ของการค้นพบที่สำคัญ 100 เรื่องแห่งวงการวิทยาศาสตร์ในปี 2012

ศูนย์บำบัดทางชีวภาพ โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าประเทศจีน คือผู้นำด้านการรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกันและชีววิทยามะเร็งแห่งภูมิภาคเอเซีย ในเบื้องต้นของการพัฒนาวิธีการรักษาด้วยเซลล์ DC-CIK การรักษาด้วยเซลล์ NK และการรักษาแบบภูมิคุ้มกันบำบัด T-plus โรงพยาบาลได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยมิชิแกน โดยกระบวนการวิจัยเบื้องต้นในห้องปฏิบัติการ ได้ผ่านการขึ้นทะเบียนการรักษาทางคลินิกโรคมะเร็งของ FDA สหรัฐอเมริกา เกือบ 2 ปีมานี้ทำการพัฒนาทางคลินิกวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง (CSCV) ของมะเร็งที่พบบ่อย 7 ชนิด

โดยมีขั้นตอนคือ นำเนื้อเยื่อเซลล์มะเร็งที่ปราศจากเชื้อที่มีชีวิตจากร่างกายผู้ป่วย มาทำการแยกเซลล์ให้เป็นเซลล์เดี่ยว ใส่แอนติบอดี้เซลล์มะเร็ง CSCV ใช้เทคนิคการนับและแยกเซลล์ด้วยวิธี Flow Cytometry (วิธีการวัดคุณสมบัติของเซลล์ซึ่งอยู่ในสารละลายที่ไหลอยู่โดยใช้เลเซอร์) ระบุและเรียงลำดับข้อมูล สกัดแยกเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งออกมา จากนั้นนำเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งที่ผ่านการสกัดใส่ปัจจัยการเจริญเติบโตเพื่อเพิ่มปริมาณในห้องปฏิบัติการ ทำเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งหลังจากขยายปริมาณให้เป็นเนื้อเดียวกัน ใส่สาร Adjuvant (สารที่เติมเข้าไปรวมกับแอนติเจนเพื่อทำให้เกิดปฏิกิริยาค่อยๆ ปลดปล่อยแอนติเจน ทำให้กระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน) เพื่อสร้างแอนติเจนเซลล์ต้นกำเนิด ได้เป็นวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง เนื่องจากการออกฤทธิ์ของวัคซีนจำเป็นต้องผ่านระบบภูมิคุ้มกันมะเร็งของร่างกายเป็นสื่อกลาง

ดังนั้น ก่อนการฉีดวัคซีนต้องตรวจสอบสถานะการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยเสียก่อน ในขณะที่ร่างกายผู้ป่วยมีจำนวนก้อนมะเร็งมากหรือการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันต่ำ วัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งก็ยากที่จะออกฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่ ลักษณะนี้จำเป็นต้องอาศัยการผ่าตัดหรือสลายมะเร็งก่อน หรือทำการรักษาด้วยเซลล์ภูมิคุ้มกัน DC-CIK ก่อนในเบื้องต้นจากนั้นจึงใช้วัคซีน เช่นนี้จึงจะทำให้วัคซีนออกฤทธิ์ได้ผลสูงสุด โดยทั่วไปจะทำการฉีดวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็ง 2 ครั้งต่อการรักษา1 คอร์ส ทำ 2 ครั้ง/คอร์สเว้นระยะห่าง 1 สัปดาห์ ลักษณะนี้จะทำให้ความสามารถในการรับรู้สัญญาณแอนติเจนของเซลล์มะเร็งของเซลล์ภูมิคุ้มกัน DC เพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด กระตุ้นคุณสมบัติการทำลายของ T เซลล์ในร่างกาย เข้าโจมตีเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งที่อยู่ในกระแสเลือดและอวัยวะต่างๆ โดยผลในการทำลายเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งจะมีประสิทธิภาพคงที่ในระยะเวลาหลายเดือน เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการรักษา ผู้ป่วยต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนอีก 1 คอร์สหลังจากผ่านไป 3-6 เดือน ปัจจุบันที่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้ามีการใช้และพัฒนาเทคนิคนี้มาเป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปี ทำการรักษาผู้ป่วยไปแล้วกว่า 200 ราย ดูจากสถิติการสำรวจเบื้องต้นพบว่า วัคซีน 1 ปีมีประสิทธิผลถึง 60% เมื่อเทียบกับกลุ่มเปรียบเทียบ สามารถยืดเวลาการแพร่กระจายและเกิดซ้ำของมะเร็งได้ถึง 7-12 เดือน  และแทบไม่มีผลข้างเคียงใดๆ เกิดขึ้น เป็นวิธีการทางชีวภาพแบบใหม่ที่ป้องกันการแพร่กระจายและการเกิดซ้ำของโรคมะเร็ง

เนื่องในวโรกาสฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและเพื่อกระชับความสัมพันธ์ไทยจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ผู้อำนวยการใหญ่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าศาสตราจารย์นายแพทย์สวี เค่อเฉิง ประกาศว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2014 ถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2015 โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าจะเปิดรับผู้ป่วยที่เหมาะกับการรักษาด้วยวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งจำนวน 100 ราย โดยเสนอให้การตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันมะเร็ง 1 ครั้ง และการฉีดวัคซีนเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากผู้ป่วยท่านใดสนใจเข้ารับการรักษาด้วยวัคซีนเซลล์ต้นกำเนิดมะเร็งนี้

สามารถติดต่อได้ที่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าสำนักงานกรุงเทพฯ 6/42 โครงการปรัชญาโฮมทาวน์ 3 ถนนสุคนธสวัสดิ์ แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ เบอร์โทร 02-5423638,094-2211169,081-5803998,092-0062043
ศูนย์ฟูด้าประเทศไทยทำการวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา 9.00 ถึง 17.00
เว็บไซต์  www.fudacancerthailand.com

เงื่อนไขในการเข้าร่วมโครงการ  ระยะเวลาการเข้าร่วมสมัครโครงการ ตั้ง 1 ธันวาคม 2557 ถึง 1 มิถุนายน 2558

  1. นำผล ct/scan  ผลตรวจชิ้นเนื้อ เข้ามาที่ศูนย์ประเทศไทยก่อน เพื่อให้คุณหมอคัดกลอนดูก่อนว่าผู้ป่วยสามารถฉีดวัคซีนสเต็มเซลล์ได้หรือไม่ได้
  2. ผู้ป่วยจะต้องเป็นมะเร็ง7ชนิด มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งตับอ่อน มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ มะเร็งโพรงหลังจมูก   ทั้งนี้เน้นสำหรับคนไข้ที่หลังการผ่าตัดหรือไม่เจอเนื้องอกมะเร็งแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อมะเร็งกลับมาเป็นซ้ำและกระจายไปส่วนอื่นวิจัยนี้ร่วมกับมหาวิทยาลัย
  3. มิชิแกน ในสหรัฐอเมริกา การฉีดต่อคอสมีมูลค่า 2,500 ดอลล่าห์ คอร์สหนึ่งต้องฉีด 2 ครั้ง
  4. ผู้ป่วยจะต้องออกค่าเดินทางและค่าอาหาร ค่าที่พัก ที่จะเดินทางไปรักษาที่โรงพยาบาลฟูด้า
  5. ผู้ป่วยต้องเข้ามารับสิทธิ์ที่ศูนย์ฟูด้าอย่างเดียว ไม่มีการจองสิทธิ์ผ่านทางโทรศัพท์
  6. รับสิทธิ์ 100 ท่าน

02

รูปกระบวนการรักษารักษามะเร็งด้วยวิธีวัคซีนสเต็มเซลล์กันมะเร็งต้นกำเนิดมะเร็ง