พิสูจน์แล้ว! กิน ส้มตำถาด เสี่ยงรับสารแคดเมียมจริง!

หน้าแรก / ข่าวสุขภาพ / พิสูจน์แล้ว! กิน ส้มตำถาด เสี่ยงรับสารแคดเมียมจริง!

จากกระแสข่าวเมื่อ 2 เดือนก่อน เกี่ยวกับการกิน ส้มตำถาด เสี่ยงได้รับสารพิษปนเปื้อนนั้น ล่าสุด กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้เก็บตัวอย่าง ส้มตำถาด เพื่อพิสูจน์หาสารโลหะหนัก หลังจากมีการทดสอบเบื้องต้นโดยใส่กรดแอซีติก หรือกรดน้ำส้มสายชู และพบว่ามีการปนเปื้อนของสารแคดเมี่ยมเกินเกณฑ์มาตรฐานซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนนั้น ?

การทดลองเบื้องต้นเป็นการหยดสารโดยตรงลงบนถาด ซึ่งอาจทำให้ได้ค่าที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ดังนั้น กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เก็บ ส้มตำถาด จำนวน 10 ตัวอย่างเพื่อนำมาวิเคราะห์ โดยแบ่งการทดสอบเป็นการหยดสารแอซีติก แช่ไว้ตามมาตรฐาน ชั่วโมงในอุณหภูมิ 12 องศา พบว่าสารละลายที่ออกมานั้น มีสารแคดเมียม 2.6 มิลลิกรัมต่อลิตร ?จากมาตรฐานกำหนดไว้ต้องไม่เกิน 0.25 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งการทดสอบดังกล่าวสารแคดเมียมเกินมาตรฐานทั้ง 10 ตัวอย่าง เป็น 10 เท่า ส่วนสารตะกั่วพบเพียง 3 ถาดแต่ไม่เกินมาตรฐานที่กำหนด

ส้มตำถาด

 

นพ.อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การทดสอบอีกส่วนที่สำคัญ คือ การหาปริมาณสารที่ละลายออกมาปนเปื้อนในส้มตำที่ใส่อยู่ในถาดโดยตรง ซึ่งจะทำให้ทราบคำตอบว่าในการรับประทานจริงๆ จะได้รับการปนเปื้อนด้วยหรือไม่ โดยสุ่มตัวอย่างส้มตำ 10 ตัวอย่าง ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง 3 ชั่วโมงแล้วนำมาหาการปนเปื้อน โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ

  1. ส้มตำที่ใส่กับถาดโดยตรงไม่มีอะไรรอง พบว่าจากการทดสอบพบสารแคดเมียมปนเปื้อนในส้มตำ 0.875 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  2. ส้มตำถาด แบบที่มีใบตองรองที่ก้นถาดแบบมิดชิด ไม่พบการปนเปื้อนของแคดเมี่ยม
  3. ส้มตำถาด แบบที่มีใบตองรองแต่ไม่มิดชิด พบการปนเปื้อนของสารแคดเมี่ยม 0.127 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม
  4. นำส้มตำใส่ถุงพลาสติกวางบนถาดเพื่อนำมาเปรียบเทียบการปนเปื้อนจากอาหารโดยตรงเท่านั้น ทั้งนี้ จากการทดสอบทุกแบบไม่พบการปนเปื้อนของสารตะกั่ว

?ผลการตรวจดังกล่าว เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับค่ามาตรฐาน ADI หรือปริมาณที่ไม่ควรบริโภคเกินในแต่ละวันอยู่ที่ไม่เกิน 25 ไมโครกรัมต่อน้ำหนักตัวต่อเดือน ประกอบกับข้อมูลการเก็บตัวเลขการบริโภคอาหารของคนไทย ปริมาณแคดเมี่ยมที่พบในการทดสอบครั้งนี้โดยเฉพาะเมื่อใส่ส้มตำในถาดสีโดยตรง ถือว่าเกินปริมาณที่แนะนำ 1.4 เท่า ซึ่งหากมีการบริโภคอย่างต่อเนื่อง โอกาสที่จะได้รับสารแคดเมี่ยมเกินมาตรฐาน และสะสมในร่างกายไปเรื่อยๆ ก็มีสูง ซึ่งผู้บริโภคควรเลือกร้านที่ใช้ภาชนะที่ปลอดภัย? นพ.อภิชัย กล่าว

อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวต่อว่า สำหรับอันตรายที่จะเกิดขึ้นหากได้รับสารแคดเมี่ยมนั้น? พบว่าเป็นสารที่หากได้รับในปริมาณมากหรือสะสมต่อเนื่องเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดพิษต่อไตและกระดูกได้ หากกินต่อเนื่องในระยะยาวจะทำให้เสี่ยงไตวาย เกิดโรคปวดกระดูก หรือโรคอิไตอิไต นอกจากนี้องค์กรด้านมะเร็งยังกำหนดให้แคดเมี่ยมเป็นสารชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามการทดสอบครั้งนี้ได้พยายามหาคำตอบที่ประชาชนสงสัยและตอบคำถามเรื่องความปลอดภัยเพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคสำหรับผู้ประกอบการร้านค้านั้น สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัยได้โดยดูที่มาตรฐาน มอก. ซึ่งจะกำหนดมาตรฐานของสีที่ใช้กับภาชนะสำหรับครัวเรือน ซึ่งสารแคดเมี่ยมและตะกั่วเป็นส่วนประกอบสำคัญของสี หากเลือกใช้ภาชนะที่ได้มาตรฐานก็จะปลอดภัยต่อผู้บริโภค

ขอบคุณที่มาจาก : www.khaosod.co.th