อย.เตือน! ยาไซโตเท็ค และยาอาร์ยู 486 อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

หน้าแรก / ข่าวสุขภาพ / อย.เตือน! ยาไซโตเท็ค และยาอาร์ยู 486 อันตรายถึงขั้นเสียชีวิต

อย. ห่วงใยผู้บริโภค เตือนอย่าหลงเชื่อโฆษณาทางเว็บไซต์อ้าง ยาไซโตเท็ค และยาอาร์ยู 486 เป็น ยาทำแท้ง หากหลงเชื่อซื้อมาใช้ผิดวัตถุประสงค์อาจตกเลือด ถึงขั้นต้องตัดมดลูก และอันตรายถึงแก่ชีวิตได้

เผย ยาไซโตเท็ค เป็นยาใช้รักษาแผลของลำไส้เล็กส่วนต้นของกระเพาะอาหาร มีผลข้างเคียงทำให้มดลูกเกิดการรัด ตัวอย่างรุนแรง และจัดเป็นยาควบคุมพิเศษที่ให้ใช้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น ส่วนยาอาร์ยู 486 เป็นยาที่ยังไม่ได้ การขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก อย. จึงไม่สามารถนำมาจำหน่ายในประเทศไทยได้ ขอให้ผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อซื้อ ยาดังกล่าวมาใช้โดยเด็ดขาด เพราะยาที่โฆษณาขายเป็นยาที่ผิดกฎหมาย ลักลอบนำเข้า อาจได้รับยาปลอม ยาเสื่อมคุณภาพ จนได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิตอีกด้วย

57441539

ภก.ประพนธ์ อางตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ในฐานะโฆษก อย. เปิดเผยว่า จากการที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ตรวจสอบ เฝ้าระวัง และได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการ โฆษณาขายยาทางอินเทอร์เน็ตนั้น พบการลักลอบโฆษณาขายยาทำแท้งไซโตเท็ค และยาอาร์ยู 486 ผ่านทาง เว็บไซต์ต่าง ๆ ซึ่งในเรื่องนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีความห่วงใยประชาชนผู้บริโภคเป็น อย่างยิ่ง ได้ตรวจสอบการโฆษณาขายยาผิดกฎหมายนี้ และปิดเว็บไซต์เป็นระยะอย่างต่อเนื่อง แต่ถึงกระนั้น ก็ยังไม่หมดสิ้น โดย อย. จะต้องมีการสืบสวน ติดตาม ตรวจจับ จนถึงต้นตอต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจากยาไซโตเท็ค จัดเป็นยาควบคุมพิเศษที่ให้ใช้เฉพาะในโรงพยาบาลเท่านั้น โดยมีข้อบ่งใช้สำหรับรักษาแผลของลำไส้เล็กส่วนต้น ของกระเพาะอาหาร รวมทั้งแผลที่เกิดเนื่องจากการใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) ในผู้ป่วย โรคข้อกระดูกอักเสบ ในขณะที่การรักษาด้วยยาเอนเซดยังคงมีต่อไป อีกทั้งยังใช้สำหรับการป้องกันการเกิด แผลของกระเพาะอาหารที่เกิดจากการใช้ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เช่น แอสไพริน หรือใช้ใน คนไข้ที่อยู่ในระยะเสี่ยงต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหารแทรกซ้อน เช่น ผู้สูงอายุ หรือคนที่มีโอกาสสูงที่จะเกิด แผลในกระเพาะอาหาร และที่สำคัญมีข้อห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ หรือสตรีที่วางแผนการตั้งครรภ์ รองเลขาธิการฯ และโฆษก อย. กล่าวต่อไปว่า จากผลข้างเคียงที่ระบุเป็นข้อห้ามใช้ยาดังกล่าวนี้เอง จึงทำให้มีการนำยามาใช้ในอย่างผิดวิธีและผิดกฎหมาย ซึ่งผลที่ตามมานั้นอาจทำให้มดลูกเกิดการรัดตัวอย่าง รุนแรงจนเกิดการปริแตกของมดลูก และอาจเกิดภาวะตกเลือดในช่องท้องอย่างเฉียบพลัน จนช็อกจากการ เสียเลือดมากและเสียชีวิตในที่สุด สำหรับยาอาร์ยู 486 ที่โฆษณาอวดอ้างเป็นยาทำแท้งนั้น ขอเรียนว่า ยาดังกล่าว ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก อย. เนื่องจากยาชนิดนี้เข้าข่ายเป็นยาที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านอื่น ๆ หรืออาจ ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคม และอาจมีการนำไปใช้ในทางที่ผิดได้ง่าย จึงไม่สามารถนำมาจำหน่ายในประเทศไทยได้

ดังนั้น การจะทำแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม กรณีการ ทำแท้งหรือยุติการตั้งครรภ์อย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทยนั้น แพทยสภาได้ออกข้อบังคับแพทยสภา ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับการยุติการตั้งครรภ์ทางการแพทย์ตามมาตรา 305 แห่งประมวลกฎหมาย อาญา พ.ศ. 2548 ให้เป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้

1.เป็นกรณีที่จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากปัญหาสุขภาพทางกายของ หญิงตั้งครรภ์

2.เป็นกรณีที่จำเป็นต้องกระทำเนื่องจากปัญหาสุขภาพทางจิตของหญิงตั้งครรภ์ ซึ่งต้องได้รับ การรับรอง หรือเห็นชอบจากผู้ประกอบการวิชาชีพเวชกรรมที่มิใช่ผู้กระทำการยุติการตั้งครรภ์ อย่างน้อยหนึ่งคน

รองเลขาธิการฯ และโฆษก อย. กล่าวในตอนท้ายว่า ขอเตือนประชาชนผู้บริโภคอย่าได้ซื้อยาใด ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ หรืออินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะยาที่จะนำมาทำแท้ง เพราะเป็นยาที่ลักลอบนำเข้ามาอย่างผิด กฎหมายแน่นอน ซึ่งอาจได้รับยาปลอม ยาเสื่อมคุณภาพ เนื่องจากไม่มีการควบคุมอุณหภูมิและความชื้นในการเก็บ รักษายาและอาจมีส่วนประกอบสำคัญของยาในปริมาณที่เกินกำหนด จนอาจได้รับอันตรายถึงแก่ชีวิต ดังนั้น จึงไม่ ควรซื้อมาใช้อย่างเด็ดขาด

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดกฎหมายและผิดศีลธรรมในลักษณะ ดังกล่าว หากผู้บริโภคพบการโฆษณายาทำแท้งผ่านทางสื่อต่าง ๆ หรือได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ขอให้ร้องเรียนที่ สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือ E-mail: 1556@fda.moph.go.th หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือร้องเรียนผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงาน สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อ อย. จะได้ดำเนินการปราบปราม และดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้กระทำผิด ต่อไป

ขอบคุณที่มาจาก : กองพัฒนาศักยภาพผู้บริโภค