กิน หน่อไม้ต้มอัดปี๊บ โดยไม่ต้มซ้ำ เสี่ยงอันตรายขั้นเสียชีวิต!

หน้าแรก / ข่าวสุขภาพ / กิน หน่อไม้ต้มอัดปี๊บ โดยไม่ต้มซ้ำ เสี่ยงอันตรายขั้นเสียชีวิต!

กระทรวงสาธารณสุข เตือนภัยประชาชนที่นิยมบริโภค หน่อไม้ต้มอัดปี๊บ หรือบรรจุถุงพลาสติก ระวังอันตรายจากปนเปื้อนพิษของเชื้อที่มีชื่อว่าคลอสทรีเดียม โบทูลินัม  ปีนี้พบผู้ป่วยแล้ว 4 รายที่จังหวัดชัยภูมิและชลบุรี พิษชนิดนี้รุนแรงทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต  อ่อนแรง หยุดหายใจได้ แนะวิธีบริโภคที่ปลอดภัย  ให้นำมาต้มซ้ำอีกให้เดือดนาน 15 นาทีเพื่อทำลายพิษ หากพบว่าปี๊บที่บรรจุบวม ปูด อย่าเปิด หรือหากพบ น้ำแช่มีฟอง กลิ่นเหม็น อย่าชิมเด็ดขาด ให้นำไปทำลายทิ้ง โดยการฝังดิน หากมีอาการผิดปกติหลังบริโภค เช่น ตาพร่ามัว ลิ้นแข็ง ชาตามมือ ให้รีบพบแพทย์ ลดความเสี่ยงเสียชีวิตจากระบบหายใจล้มเหลว

b1d248c1-e1eb-4e60-9c4e-ed276a71786f

นายแพทย์ณรงค์  สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า  เมื่อเร็วๆนี้ ได้รับรายงานจากสำนักระบาดวิทยา พบผู้ป่วยมีอาการอาหารเป็นพิษรุนแรง หลังรับประทานหน่อไม้รวกต้มบรรจุถุงปนเปื้อนสารพิษโบทูลินัม จำนวน 4 ราย โดยเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลชัยภูมิ 2 ราย มีอาการปวดจุกแน่นท้อง ตาพร่ามัว ลิ้นแข็ง เสียงสั่น กลืนไม่ได้ ชาตามมือ การทรงตัวไม่ดี หนังตาตก คลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลวเป็นน้ำ และอีก 2 รายเข้ารักษาที่โรงพยาบาลชลบุรี ทั้ง 2 ราย มีอาการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ ลิ้นแข็ง พูดไม่ชัด ตาบวม จากการสอบสวนโรคพบว่าผู้ป่วย 4 รายนี้ ได้รับประทานหน่อไม้รวกต้มบรรจุถุงซึ่งญาติที่อยู่บ้านหนองแวง อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ  ทำส่งมาให้ โดยพบหน่อไม้มีรสชาติเปลี่ยน สากลิ้น น้ำแช่หน่อไม้ในถุงเป็นฟอง มีกลิ่นเหม็นรุนแรง และยังได้ส่งหน่อไม้ชุดเดียวกันนี้ให้ญาติที่ อ.เกษตรสมบูรณ์ จ.ชัยภูมิ และจังหวัดอื่น เช่นหนองบัวลำภู สระแก้ว และชลบุรีด้วย

นายแพทย์ณรงค์กล่าวต่อว่า ได้สั่งการให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ ส่งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ลงพื้นที่ไปให้คำแนะนำและทำลายหน่อไม้ชุดที่มีการปนเปื้อนทั้งหมด และเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชนในการรับประทาน หน่อไม้ต้มอัดปี๊บ หรือถุงให้ปลอดภัย

ด้านนายแพทย์โสภณ เมฆธน  อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า  เชื้อคลอสทรีเดียมโบทูลินูม (Clostridium botulinum) พบทั่วไปในธรรมชาติ ทั้งในดิน ห้วย หนอง คลองบึง ทะเล เป็นต้น มักพบในสัตว์ที่หากินในสถานที่เหล่านี้ และในพืชผักที่ปลูกในดิน เชื้อจะสร้างสปอร์ซึ่งทนความแห้งแล้งได้ดี  และปะปนมากับอาหารแห้ง เช่น เครื่องเทศ แป้ง เป็นต้น

เชื้อโรคนี้จะปล่อยสารพิษที่มีชื่อว่าโบทูลินัมที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค  4 ชนิด คือ

1. ชนิดเอ มีพิษรุนแรง อัตราการตายสูงถึงร้อยละ 60 – 70

2. ชนิดบี ซึ่งทนความร้อนสูง และมีชีวิตอยู่ในอาหารได้นานกว่าชนิดอื่น ๆ อัตราการตายร้อยละ 25

3. ชนิดอี พบการระบาดในอาหารทะเล

4. ชนิดเอฟพบในอาหารทะเล  พบการระบาดได้ประปราย มีอัตราการตายต่ำ อย่างไรก็ดี สปอร์ของเชื้อและสารพิษที่กล่าวมา สามารถทำลายได้ง่ายโดยการต้มให้เดือดด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 80 องศานาน 15 นาที

ทั้งนี้ หลังรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนโบทูลินัม ประมาณ 12 – 36 ชั่วโมง  จะมีอาการทางระบบประสาท ได้แก่ เหนื่อย อ่อนแรง วิงเวียนศีรษะ ตาพร่ามัว หรือเห็นภาพซ้อน หนังตาตก ปากแห้งกลืนหรือพูดลำบาก  อาจมีอาการท้องเสีย ท้องผูก หรือท้องบวมโตได้   ต่อมากล้ามเนื้อจะเกิดอัมพาต เริ่มจากใบหน้าลงไปที่ไหล่ แขนส่วนบนและล่าง ต้นขาและน่อง ตามลำดับ  ซึ่งหากกล้ามเนื้อกระบังลมเป็นอัมพาตจะทำให้การหายใจล้มเหลว และเสียชีวิตได้ ผู้ป่วยมักไม่มีไข้  ยกเว้นมีการติดเชื้อแทรกซ้อน แต่สติการรับรู้มักปกติ

นายแพทย์โสภณกล่าวต่อไปว่า ผู้ป่วยที่ได้รับพิษชนิดนี้จะต้องรีบมาพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพื่อให้ยาต้านพิษหรือแอนตี้ท็อกซิน (Antitoxin) และดูแลระบบการหายใจอย่างใกล้ชิด  ป้องกันปัญหาการหายใจล้มเหลว ซึ่งจะทำให้เสียชีวิตได้ ทั้งนี้ โรคพิษโบทูลิซึม พบได้ประปรายทั่วโลก ในไทยมีรายงานครั้งแรกในพ.ศ.2541ที่จังหวัดน่าน จากการรับประทานหน่อไม้อัดปี๊บที่ไม่ได้ต้มก่อน มีผู้ป่วย 13 ราย เสียชีวิต 2 ราย และพบประปรายในบางปี ในเขตภาคเหนือ เช่นจ.ลำปาง ในพ.ศ.2546 มีผู้ป่วย 11 ราย เสียชีวิต 1 ราย จากสาเหตุเดียวกัน การระบาดครั้งใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นที่จ.น่านเมื่อ พ.ศ.2549 มีผู้ป่วย 209 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต สาเหตุจากรับประทานหน่อไม้ปี๊บไม่ได้ต้ม  ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์และสาธารณสุขครั้งสำคัญของประเทศ ต้องระดมแพทย์เชี่ยวชาญ เครื่องช่วยหายใจ รวมถึงการสั่งแอนติท็อกซินจากต่างประเทศเข้ามาแก้พิษโดยเร่งด่วน และส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลต่าง ๆ เป็นต้น

“ขอย้ำเตือนประชาชนที่นิยมบริโภค หน่อไม้ต้มอัดปี๊บ หรือบรรจุในถุงพลาสติก โดยเฉพาะเมนูที่ใช้เป็นผักจิ้มน้ำพริกต่างๆ หรือใช้ตำ เช่นใส่ผสมรวมในส้มตำ ซุปหน่อไม้ เป็นต้น ก่อนนำมาบริโภคทุกครั้ง ขอให้นำมาต้มซ้ำให้เดือดนาน 15 นาที   เพื่อให้ความร้อนทำลายเชื้อโรคทุกชนิดที่ปนเปื้อนอยู่ให้หมดไป หากพบว่าปี๊บที่บรรจุหน่อไม้บวม ไม่ควรซื้อมาบริโภค ในกรณีที่พบว่ามีกลิ่นหรือสีผิดปกติ ไม่ควรนำมารับประทานหรือลองชิมอย่างเด็ดขาด ขอให้นำไปทำลายทิ้ง โดยการฝังดิน” นายแพทย์โสภณกล่าว

อย่างไรก็ดี   หากประชาชนบริโภคอาหารที่สงสัยจะมีการปนเปื้อนสาพิษโบทูลินัม และมีอาการผิดปกติ เช่น อาการอ่อนแรง วิงเวียนศีรษะ ตาพร่ามัว หนังตาตก  ปากแห้งกลืนหรือพูดลำบาก  ขอให้บอกญาติและรีบไปพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการตรวจรักษาที่ถูกต้อง ป้องกันการเสียชีวิต  ขณะเดียวกันจะเป็นประโยชน์ในการสอบสวนโรค เพื่อหาสาเหตุได้อย่างรวดเร็วและควบคุมการระบาด โดยเฉพาะอาหารที่พบการปนเปื้อนเชื้อ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ โทร. 0 2590 3159, 3238 หรือสายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422 นายแพทย์โสภณกล่าว

 

ขอบคุณที่มาจาก : สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข
ขอบคุณรูปภาพจาก : กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย

ขออนุญาตใช้เนื้อหา