กรมการแพทย์เตือน! ดื่มสุรา สมองเสื่อมและมีโรคแทรกซ้อน

หน้าแรก / ข่าวสุขภาพ / กรมการแพทย์เตือน! ดื่มสุรา สมองเสื่อมและมีโรคแทรกซ้อน

กรมการแพทย์เตือนพิษภัยของสุราเป็นสารเสพติดทำลายสมองและร่างกายระยะยาว  เสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อนมากมาย ชี้เพศชายติดสุรามากกว่าหญิงหลายเท่า แนะหาที่พึ่งพาทางใจและกำลังใจจากคนรอบข้าง

80472057

24  มีนาคม 2557 ที่สถาบันธัญญารักษ์ นายแพทย์สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิดอบรมหลักสูตรการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยเสพติดสุรา ว่า สุราเป็นสารเสพติดที่สามารถหาซื้อ ได้ง่ายและมีจำหน่ายตามร้านค้าทั่วไป ถึงแม้ว่าหลายหน่วยงานมีการประชาสัมพันธ์ถึงโทษพิษภัยของสุราและรณรงค์ ไม่ให้ประชาชน ดื่มสุรา  เนื่องจากสุราเป็นสารเสพติดที่ทำลายสมองและร่างกายของผู้ที่ดื่มในระยะยาว ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนมากมาย เช่น โรคตับแข็ง ตับอักเสบ ความดันโลหิตสูง โรคจิตจากการติดสุรา ชักจากการเสพติดสุรา โรคเพ้อคลั่ง  โรคเลือดออกในกระเพาะอาหาร จากสถิติของสถาบันธัญญารักษ์ ปี 2556 พบว่า มีผู้ป่วยเสพติดสุราที่เข้าบำบัดรักษา จำนวน 1,388 ราย เป็นเพศชายร้อยละ 89.05 และเป็นเพศหญิงร้อยละ 10.95

กรมการแพทย์โดยสถาบันธัญญารักษ์เป็นหน่วยงานหลักในการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติด จึงมีการเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจและทักษะ การบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดแก่พยาบาลวิชาชีพ บุคลากรทางสาธารณสุข โดยมุ่งให้ผู้เสพยาและสารเสพติด ได้รับการบำบัดรักษา ฟื้นฟูอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน  สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้การแก้ไข และป้องกันปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ และยุทธศาสตร์ของกระทรวงสาธารณสุข คือ การลดจำนวนผู้เสพ ผู้ติดยาเสพติดและช่วยให้ผู้ติดยาเหล่านั้น ไม่หวนกลับไปเสพซ้ำ และสามารถ เลิกยาเสพติดได้อย่างถาวร รวมทั้งป้องกันไม่ให้เกิดผู้เสพ/ผู้ติดรายใหม่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับสุราไว้ว่าความชุกของผู้ดื่มแอลกอฮอล์ในประชากรอายุ 15 -19 ปีต้องไม่เกินร้อยละ 13  เพื่อนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน

นายแพทย์วิโรจน์ วีรชัย ผู้อำนวยการสถาบันธัญญารักษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การดูแลผู้ป่วยที่ติดสุราจำเป็นต้องมี  องค์ความรู้เกี่ยวกับเรื่องโรค อาการแสดงในผู้ป่วยที่ขาดสุรา และผู้ป่วยที่ได้รับสุราเกินขนาด รวมทั้งอาการแทรกซ้อน ที่พบบ่อยในผู้ป่วยเสพติดสุรา  คือ อาการสมองเสื่อม ความคิด ความจำ การตัดสินใจช้ากว่าปกติ ซึ่งอาการแทรกซ้อนเหล่านี้ต้องใช้ระยะเวลาในการดูแลและฟื้นฟูสมรรถภาพค่อนข้างนาน คือ การฟื้นสมรรถนะทางสมองในผู้ป่วยเสพติดสุรา การบำบัดรักษาผู้ป่วยเสพติดสุรา  เภสัชวิทยาของสุราและการออกฤทธิ์ของสุราต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงการสร้างแรงจูงใจ การฟื้นกระบวนการคิด  และการดำเนินกิจกรรมกลุ่มบำบัดสำหรับผู้ป่วยเสพติดสุรา ซึ่งต้องอาศัยองค์ความรู้ ทางทฤษฎี ร่วมกับทักษะและประสบการณ์จากบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย  รวมทั้งต้องมีการนำครอบครัวเข้ามามีส่วนร่วมในการบำบัดผู้ป่วยกลุ่มนี้ให้มีความเข้มแข็ง และสามารถดูแลตนเอง ได้อย่างต่อเนื่อง สำหรับวิธีการหลีกเลี่ยงการเสพติดสุรา ได้แก่ การตั้งใจจริงตั้งเป้าว่าจะเลิกสุราเพื่อใคร เพราะเหตุใด ปรับเปลี่ยนนิสัยการดื่ม เช่น เปลี่ยนขนาดของแก้วให้เล็กลง ตั้งเป้าว่าจะลดปริมาณการดื่ม   หลีกเลี่ยงความเสี่ยงต่าง ๆ เช่น สถานการณ์ สถานที่ ปัจจัยแวดล้อมที่ทำให้ดื่มสุราได้ง่ายขึ้น ฝึกปฏิเสธให้เด็ดขาด เมื่อมีเวลาว่างให้ทำกิจกรรมอื่น ที่สร้างสรรค์แทนการดื่มสุรา เช่น ออกกำลังกายอ่านหนังสือ  ฟังเพลง รวมทั้งหาที่พึ่งพาทางใจและกำลังใจ จากคนรอบข้าง และปรึกษาสายด่วนยาเสพติด สถาบันธัญญารักษ์ กรมการแพทย์ โทร. 1165

 

ขอบคุณที่มาจาก : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมการแพทย์